แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มยุเรศ ชนะจิตต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มยุเรศ ชนะจิตต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

Pantai Kondang Merak

      ทะเล Kondang merak ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้าน Sumberbening ตำบล Bantur เมือง Malang การเข้าทะเลต้องเสียค่าเข้า 15000/คน มีห้องน้ำสำหรับอาบน้ำจืดเพื่อล้างตัว ไม่ต้องเสียตัง และมีร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีห้องเพื่อนอนค้างคืน ราคาประมาณ 30000/คืน และหากใครอยากสัมผัสความเป็นธรรมชาติของทะเลก็สามารถค้างคืนเพื่อนอนค้างแรมได้หากมีเต้ทน์ สามารถตกปลาได้เพราะบริเวณนั้นมีปลามากมาย
คลื่นในช่วงเย็นค่อนข้างแรง
แต่บางช่วงของผืนน้ำกลับนิ่งสงบ
 























ร้านค้าบริเวณนั้น

















         ทะเลที่นี้เหมือนทะเลทั่วๆไปในแถบนี้คือมีคลื่นที่สูงและลมแรง มีเกาะเล็กอยู่กลางทะเลมากมายซึ่งเราจะได้เห็นเกาะเหล่านั้นผสมผสานกันโดยธรรมชาติปรุงแต่ง ทำให้สถานที่แห่งนี้สวยงาม ดึงดูดให้ผู้ที่รักธรรมชาติอยากมาสัมผัสความงามของทะเลแห่งนี้ ปัจจุบันทะเลแห่งนี้ยังคงความอุดมสมบรูณ์ไว้อยู่มาก เห็นได้จากยังมีแนวประการังที่เรียงรายอยู่ในน้ำ และสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่นทากทะเล ปูทะเล ปูเสฉวน เป็นต้น

ได้กี่ตัวค่ะลุง



ตกปลา
      ใครที่ชื่นชอบ ชื่นชมความงามของทะเล ที่นี่เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะที่นี่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก ความอุดมสมบรูณ์ยังคงมีอยู่มาก แต่ถนนหนทางมาสู่ท้องทะเลแห่งนี้ยังคงลำบากอยู่มากเช่นกันค่ะ^^


วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

Pantai Nglinyep



มีเกาะเล็กๆกลางทะเล


       ทะเล ngliyep ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของมาลัง หมู่บ้าน kedung salam เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้านแห่งนี้ ทะเลที่นี่มีชายหาดสลับกับภูเขาเล็กๆ ซึ่งหาดทรายมีสีขาว ต่างจากชายหาดบางที่ที่มีทรายสีดำ คลื่นทะเลที่นี่ค่อนข้างสูงและดูน่ากลัว ลมแรงตลอดเวลา ทุกๆปี หมู่บ้านแห่งนี้จะมีพิธีบวงทรวง nyairoro kidul โดยการนำสัตว์ เช่น แพะ และ วัว มาฆ่าแล้วโยนหัวของสัตว์เหล่านั้นลงทะเล 



คลืนและลมแรง


          การเข้ามาเที่ยวทะเลที่นี่ จะต้องเสียค่าเข้าคนละ 6000 รูเปีย สามารถเล่นน้ำได้ในช่วงเช้าของทุกวันยกเว้นในช่วงมรสุม แต่หากมาในช่วงเย็น จะไม่สามารถเล่นน่ำได้เนื่องจากคลื่นสูงและแรง ถึงแม้ทะเลที่นี่จะดูน่ากลัวแต่ในขณะเดียวกันก็มีความสวยงามตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน  เป็นทะเลที่อยู่ติดภูเขา ทำให้ชายหาดถูกกั้นด้วยเขาลูกเล็กๆเป็นระยะๆ และมีความอุดมสมบรูณ์อยู่มาก 





วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

Borobudur(บุโรพุทโธ)


            บุโรพุทโธ เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การได้มาเที่ยวที่นี้ถือได้ว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง ได้เห็นถึงศิลปะที่งดงามและยิ่งใหญ่ การเข้าชมจะเสียค่าเข้าคนละ 30,000 รูเปีย หรือประมาณ 105 บาท ระยะทางจากประตูถึงตัวประสาทค่อนข้างไกล จึงมีบริการรถรางมาคอยให้บริการซึ่งจะคิดค่าบริการคนละ 5000 รูเปีย และจะมีผ้าโสร่งให้นักท่องเที่ยวนุ่งเพื่อเป็นการแสดงความเคารพสถานที่ 


              เราสามารถถ่ายรูปและขึ้นไปเยี่ยมชมความงามของตัวปราสาทโดยชั้นบนสุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ตัวปราสาทมีความใหญ่โต บันไดค่อนข้างชั้นและสูงทำให้เหนื่อยเล็กน้อยกว่าจะถึงยอดปราสาทและเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุดสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบๆที่สวยงาม ชั้นบนสุดมีเจดีย์เล็กๆ มากมาย และทุกๆเจดีย์จะมีพระพุทธรูปอยู่ภายใน เจดีย์บางส่วนได้แตกหักไปเหลือแต่พระพุทธรูปก็ยังคงความงดงามอยู่  

*ศิลปะแบบฮินดู-ชวา หรือ ชวากลาง





ชั้นบนสุดสามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม
เจดีย์บางยอดที่แตกหักเผยให้เห็นพระพุทธรูป













           










             เมื่อเดินชมปราสาทเสร็จก็สามารถซื้อของฝากกลับบ้านได้ ที่นี่มีของฝาก ขายมากมายทั้งเดินเร่ขายถึงที่หรือเป็นร้านซึ่งตั้งขายหลายสิบร้าน มีสินค้าหลายอย่าง หลายประเภทให้เลือกซื้อ ซึ่งมีตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าไปจนถึงภายใน นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ไปเที่ยวมาซึ่งก็นำมาถ่ายทอด อยากบอกว่าคุ้มค่าจริงๆค่ะ
                                                         





วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

มาม่า อินโดนีเซีย

      มาม่าเป็นอาหารที่ใครๆก็ต่างเคยทานมาแล้วเนื่องจากอร่อย ที่สำคัญประหยัด ไม่ว่าร้านขายของชำที่ไหนๆก็มีมาม่าขายอยู่เกือบทุกร้าน ส่วนมาม่าในประเทศอินโดนีเซีย เรียกว่า mie(หมี่) ก็มีขายอยู่มากมายหลายชนิด หลายยี่ห้อ รสชาติมีให้เลือกหลากหลายรส แต่หากเปรียบเทียบกับประเทศไทย รสชาติมาม่าของที่นี่จะอ่อนกว่ามาก รสไม่เผ็ดจัดจ้านเหมือนมาม่าไทย ส่วนเส้นของมาม่าประเภทซอง เส้นจะหนามาก ต้องต้มเท่านั้นไม่สามารถเติมน้ำร้อนได้เพราะเส้นจะสุกช้ามากเนื่องจากความหนาของเส้นที่หนามาก กว่าจะสุขทั้งเส้น เส้นรอบนอกก็อืดซะแล้ว มาม่าประเภทซองส่วนใหญ่ที่ขายตามร้านของชำ(toko)จะเป็นประเภทมาม่าแห้ง คือลวกเส้นแล้วเทน้ำทิ้ง ส่วนมาม่าประเภทถ้วย(cup)เส้นจะต่างจากมาม่าซองคือเส้นจะเล็กกว่าและเหนียวนุ่ม เพียงเติมน้ำร้อน 3 นาที ก็สามารถทานได้ทันที
     มาม่าประเภทcup เท่าทีเห็นจะมี 4 ยี่ห้อ คือ 1 pop mie ของ indo mie ซึ่งเป็นที่นิยมทานกันมาก มักเห็นยี่ห้อนี่ขายตามร้านค้าทั่วไปเสมอ 2 mi ABC 3 Cup noodles 4 EAT&GO ประเภทนี้จะมีขนาดปกติกับขนาดมินิ

     มาม่าประเภทซอง มีมากมายหลายยี่ห้อ เช่น indo mieซึ่งครองตลาดในตอนนี้และมีการผลิตออกมาหลากลายรสชาติ,mie sedaap,super mie,miABC,sarimi และอีกมากมาย


วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

WARUNG SEGO CEKER DAN AYAM




Nasi ceker ayam เป็นข้าวราดแกงคล้ายๆเมืองไทย แต่ที่นี่มีกับข้าวเพียงอย่างเดียว นั่นคือ ceker ayam เป็นแกงที่มีเพียงขาไก่กับปีกไก่ เท่านั้น (บางวันมีคอไก่เล็กน้อย) มีรสชาติเผ็ดจัดจ้านและหวานนิดหน่อย เนื้อไก่นุ่มมากเรียกได้ว่าละลายในปากแทบไม่ต้องเคี้ยวเลยก็ว่าได้ หน้าตาของร้านอาจจะดูท่าทางไม่น่ากินแต่หากลองชิมจะรู้ว่าอาหารร้านนี้อร่อยและราคาย่อมเยา ข้าวเปล่าจานละ 2000 รูเปีย ปีกชิ้นละ 2500 รูเปีย ขาชิ้นและคอชิ้นละ 1000 รูเปีย ในช่วงประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันจะมีคนซื้อเต็มร้านจนต้องเข้าคิวซื้อกันเลยทีเดียว 




                ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆตั้งอยู่ริมถนน salatiga ขายในช่วงค่ำ เริ่มตั้งร้านตั้งแต่ 5 โมงเย็น ขายจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง หรือขายหมดก่อน ร้านนี้ตั้งขายที่นี้ตั้งแต่ปี ค.ศ.2003 จนกระทั้งปัจจุบันเป็นเวลา 9 ปีแล้ว ต้นทุนที่ใช้ 250.000 รูเปีย ได้กำไร 600.000 รูเปีย โดยใช้ ขา 7 กิโลกรัม = 235 ชิ้น ปีก 4 กิโลกรัม = 160 ชิ้น หัว 1 กิโลกรัม = 17 ชิ้น ข้าวสาร  3 กิโลกรม  จำนวนของที่ขายในแต่ละวันเท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนลงถึงแม้ว่าจะขายหมดทุกวัน  วิธีการทำ caker ayam อย่างคล่าวๆ คือ นำขาไก่และปีกไก่มาล้างทำความสะอาด ตัดเล็บไก่ออก จากนั้นนำไก่มาต้มประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อต้มเสร็จก็เทน้ำทิ้งก็จะได้เนื้อไก่ที่สุก หลังจากนั้นปรุงรสด้วยเครื่องแกงกับกะทิ ซึ่งแยกทำอีกหม้อหนึ่ง แล้วค่อยนำส่วนผสมทั้งหมดมาปรุงที่ร้านต้มต่ออีก 1 ชั่วโมง จนเครื่องแกงเข้าเนื้อไก่ ขายพร้อมข้าวสวย เครื่องดื่มที่ขายก็จะมี น้ำชาและน้ำส้ม หากใครที่ชื่นชอบอาหารรสชาติเผ็ดจัดจ้าน แนะนำให้มาลองชิมร้านนี้ค่ะ

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

BUS



    Bus(บุส)หรือBis(บิส) คือรถบัสเป็นประจำทางวิ่งระหว่างจังหวัดหรือเมืองในอินโดนีเซีย ผู้ที่ต้องการเดินทางไปอีกเมืองมีทางเลือกทางหนึ่งคือต้องนั่งรถบัสไป สถานีรถบัสเป็นสถานที่ที่มีผู้คนมากมาย รวมถึง มิฉชาชีพหรือโจร ขโมยด้วย ดังนั้นผู้โดยสารต้องมีความระมัดระวังในทรัพย์สินของตนเองเป็นพิเศษ เมืองมังลังมีรถบัสให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง มีสถานีขนส่ง 3 สถานี คือ 1. สถานี Arjosari  2. สถานี Landungsari  3. สถานี Hamidrusdi

สถานี Arjosari




สถานี Arjosari เป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนรถบัสที่ให้บริการมากที่สุด เส้นทางการขนส่ง คือ Surabaya,Probolinggo,Banyuwangi,Blitar,Tulungagung และ เกาะรอบนอก
ประเถทของรถบัสก็จะมี 4 ประเภท คือ bus malam, bus patas,bus ekonomi และ executive class ซึ่งแต่ละประเภทมีราคาค่าโดยสารที่ต่างกัน  bus ekonomi มีราคาถูกที่สุด เช่น  ไปSurabaya หากขึ้น bus ekonomi ราค 8000 รูเปีย ในขณะที่ bus patas ราคา 15000 รูเปีย เป็นต้น

bus patas
bus ekonomi
bus executive class















bus malam จะไปเฉพาะเกาะรอบนอกเท่านั้นและในแต่ละวันเวลาการออกเดินทางก็ต่างกันไปขึ้นอยู่กับปลายทางที่จะไปและจำนวนคน ส่วนรถบัสอีกสามประเภทไปเมืองต่างๆ ตามที่สถานีกำหนดการให้บริการไว้   
bus ekonomi มีจำนวนมากซึ่งจะมีทุกๆ 15-20 นาที และแต่ละคันจะจอดรอผู้โดยสารเพียง 10 นาทีเท่านั้น
เวลาการบริการทุกวันเวลา  09.00-23.00 น. และจะมีร้านค้าขายอาหารและเครื่องดื่มมากมาย


ร้านค้าและร้านอาหาร

สถานี 
Landungsari


    สถานี Landungsari เป็นสถานีเล็กๆ เส้นทางการขนส่งคือ เมือง Kedri และ Jombang รถบัลที่ให้บริการมีประเภทเดียวคือ bus ekonomi ราคาค่าโดยสาร คือ 
    Malang-Kedri ราคา 15000 รูเปีย 
    Malang-Jombang ราคา 10000 รูเปีย
ที่นี่ไม่มีร้านค้าขายอาหารและเครื่องดื่มเหมือนสถานี Arjosari เนื่องจากเป็นสถานีเล็กๆและจำนวนผู้ใช้บริการมีจำนวนน้อย

สถานี Hamidrusdi
    เป็นสถานีเล็กๆเช่นกัน เส้นทางการขนส่งคือ เมืองdampit และ blitar รถบัลที่ให้บริการมีประเภทเดียวคือ bus ekonomi ราคาค่าโดยสาร คือ 
    Malang-Dampit ราคา 10000 รูเปีย 
    Malang-Blitar ราคา 12000 รูเปีย 

การเดินทางไปสถานีขนส่งรถบัส สามารถนั่งรถangkot หรือรถแท็กซี่ หากนั่งรถ angkot ขึ้นอยู่กับจุดที่รอรถ หากขึ้นJl jakarta นั่งรถangkot สาย AL รถจะวิ่งไปสุดสายที่สถานีArjosari  

การเดินทางจากสถานีหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่งเราสามารถนั่ง angkot สายต่างๆดังนี้ 
        สถานี Arjosari - สถานีLandungsari นั่งรถangkot สาย AL,ADL 
        สถานี Arjosari - สถานีHamidrusdi  นั่งรถangkot สาย AG
        สถานีLandungsari - สถานีHamidrusdi  นั่งรถangkot สาย LG,GL

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Bakso ร้าน CAK IPUL





           Bakso ถือได้ว่าเป็นอาหารยอดนิยมของคนอินโดนีเซีย มีขายทั่วไปและราคาถูก ลักษณะเหมือนก๋วยเตี๋ยวใส่ลูกชิ้นเนื้อในบ้านเรา จะใส่bakso(บักโซ)เป็นหลักและจะมีเครื่องเคียงอื่นๆให้ลูกค้าเลือกเองตามใจชอบ  ร้านที่นำเสนอนี้อยู่บริเวณมหาวิทยาลัยUM เป็นร้านเล็กๆหรือที่เรียกว่าWarung





       


bakso lontong 
      
           ร้านนี้จะมีหลายเมนูให้เลือกหลายชนิด ยกตัวอย่างคือ bakso lontong ก็จะใส่ ลูกชิ้น(bakso),lontongและเครื่องปรุงรสหลักๆก็จะมี ซอสมะเขือเทศ ซอสถั่วเหลืองและพริกสดปั่น ส่วนlontongนั่นก็คือข้าวสวยมาห่อกับใบตองซึ่งข้าวจะจับตัวกันเป็นก้อน เวลากินก็แกะใบตองออกแล้วใช้มีดหั่นเป็นชิ้นๆใส่ถ้วย ใส่ลูกชิ้น(bakso) ใส่น้ำซุป แล้วก็นำมาปรุงรสที่โต๊ะค่ะ รสชาติของlontongจะจืดหอมกลิ่นรอยไหม้ของใบตองนิดๆกินคู่กับลูกชิ้น น้ำซุปร้อนๆปรุงรสตามชอบ และยังมีเครื่องเคียงอื่นๆอีกหลายอย่าง เช่น mie คล้ายเส้นหมี่เหลืองในบ้านเรา ซึ่งคนอินโดนีเซียจะชอบกินมากที่สุดสามารถกินได้สามมื้อเลยก็ว่าได้,tahu คือเต้าหู้ทอด ฯลฯ ซึ่งเครื่องเคียงแต่ละชนิดก็จะมีราคาที่แตกต่างกัน ราคาจะอยู่ที่ชิ้นละ 500-1000 รูเปีย ส่วนลูกชิ้นbakso ลูกละ 1000 รูเปีย  














         ร้านนี้จะให้ลูกค้าบริการตัวเอง เลือกหยิบอาหารเองตามชอบใครอยากกินอะไรก็ทำเองแต่หากเป็นคนต่างชาติก็จะมีพ่อค้ามาทำให้ ส่วนเรื่องเครื่องดื่มร้านนี้จะไม่มีเครื่องดื่มขายแต่เราสามารถสั่งพ่อค้าได้เขาจะบริการสั่งเครื่องดื่มให้จากร้านขายน้ำที่อยู่บริเวณนั้นให้  ร้านwarungแห่งนี้จะมีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและประชาชนฐานะปานกลางถึงระดับล่าง ราคาถูก สะดวกและพ่อค้ามีความเป็นกันเอง